เรียนรู้และเลี้ยงลูกภายในสิทธิลาคลอด 98 วัน

Last updated: Dec 21, 2018  |  1443 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

เรียนรู้และเลี้ยงลูกภายในสิทธิลาคลอด 98 วัน


ว่าด้วย สิทธิการลาคลอด ของ

“ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์” = ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างทดลองงาน

ทำงานเพียงวันเดียวก็มีสิทธิลาคลอดได้ทันที

ซึ่งต้องตั้งครรภ์ไม่ต่ำกว่า 28 สัปดาห์ (อยู่ระยะพร้อมคลอด) และ มีเจตนาเพื่อไปคลอดบุตร ไม่ใช่ลาไปพบแพทย์ตามนัดหรือ ลาไปทำแท้ง

การนับวันลาคลอด

กฏหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องลาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นสามารถลาได้ทั้งก่อนคลอด และ หลังคลอด นับรวมทั้งหมดไม่เกิน 98 วัน

 โดย วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมอยู่ใน 98 วัน

การเลิกจ้าง

เกิดขึ้นได้หากลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่เลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์


เรียนรู้และเลี้ยงลูกภายในสิทธิลาคลอด 98 วัน


First Week Baby 

มารู้จักฉัน มารู้จักเธอ (วันแรก - วันที่ 7)

สิ้นสุดการรอคอย เจอหน้ากันสักที

 

 เบบี๋ตัวน้อยก็มีความสามารถเช่นกัน

เบบี๋ หายใจได้

เบบี๋ รู้จักหัวนมแม่ ดูดนมได้ รู้ว่าเวลาไหนฉันต้องได้นม

เบบี๋ กลืนได้

เบบี๋ อึได้

เบบี๋ สนใจสิ่งใหม่รอบตัว หรือสิ่งเร้า

เบบี๋ ร้อนเป็น และ หนาวเป็น

เบบี๋ รับรู้รสชาติ (ชอบรสหวานมากกว่ารสขม)

เบบี๋ แยกแยะกลิ่นได้



 การแสดงออกของเบบี๋

แสดงความตกใจหรือไม่สบายใจได้

มีกริยาท่าทางต่อสิ่งเร้าเป็นลักษณะเฉพาะตัว

ถ้ามีคนอุ้มจะเงียบเสียง

ยิ้มอย่างเป็นกันเอง ไวต่อการสัมผัส

มีความว่องไวในการเพ่งใบหน้าคน


หมายเหตุ
พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นพ่อแม่ควรสังเกตเบบี๋ของตัวเองเป็นหลักไม่ควรยึดติดกับตำราหรือยึดคนอื่นเป็นบรรทัดฐาน




 ยังไม่สามารถพยุงศีรษะให้ตั้งตรงเองได้

 ถ้าจับนอนคว่ำจะสามารถหันหน้าไปข้างๆเพื่อหายใจได้ และถ้านอนหงายจะพลิกตัวตะแคงข้างได้

มักจะเอากำปั้นเข้าปาก

 ชอบจ้องมองสิ่งของ แต่ไม่คว้า ตาจ้องมองใบหน้าแม่ เมื่อเห็นแม่จะยิ้มและสบตาได้ มีปฏิกริยาสงบขึ้น

 ตาสองข้างประสานกันมากขึ้น

 นอกจากร้องไห้แล้วยังทำเสียงในลำคอได้ และส่งเสียงโต้ตอบเมื่อได้ยินเสียงคน (อาจจะยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นหน้า)

 ทำท่าทางพอใจเมื่อรู้สึกสบายและมีปฏิกิริยาทางลบเมื่อเจ็บ




Tips จัดตารางชีวิตลูก ต้องยืดหยุ่นและไม่เครียดจนเกินไป

ต้องสังเกตตั้งแต่อาทิตย์แรกว่า

 ลูกตื่นกี่โมง

 หิวนมกี่โมง

 กินนมเท่าไหร่จึงจะอิ่ม

 จะอาบน้ำให้ตอนไหน

ซึ่งอาจจะใช้ได้เวลาสัก 3-4 วันในการสังเกตพฤติกรรมลูก
ช่วงแรก ระบบการกินและนอนของเบบี๋ยังไม่คงที่ โดยธรรมชาติแล้วส่วนใหญ่จะค่อยๆปรับตัวเป็นระบบได้เอง ซึ่งจะทำให้กิจวัตรในแต่ละวันใกล้เคียงกัน แล้วเราก็ค่อยๆปรับชีวิตลูกให้เป็นไปตามระบบที่เราวางไว้
พยายามอย่าทำอะไรผิดเวลามากจนเกินไป เพราะสุดท้ายทั้งคุณและเบบี๋จะสับสนกันทั้งคู่

เน้นย้ำว่าต้องยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของลูกในตอนนั้น




Working Mom ต้องให้ความสำคัญกับการสังเกตและใส่ใจในกิจวัตรและช่วงเวลาของลูก เพราะเมื่อถึงเวลาที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงานแล้ว คุณแม่จะได้ตระเตรียมอะไรต่อมิอะไรถูกต้อง คุณแม่ต้องรู้จักธรรมชาติของลูกก่อน ผู้ที่มารับไม้ต่อก็จะได้เรียนรู้และปฏิบัติตามตารางที่คุณแม่วางไว้ได้อย่างไม่ขัดใจ




 เบบี๋เริ่มจะปรับตัวได้บ้างแล้ว

เริ่มสื่อสารได้มากขึ้น ชอบมองคนแล้วยิ้มให้

ใช้การร้องไห้เพื่อสื่อภาษา และสนใจฟังเสียงต่างๆ

จะหนักขึ้นประมาณ 1 กิโลกรัม

เริ่มควบคุมศีรษะได้ เงยหน้าได้

อาจจะเริ่มแสดงให้เห็นว่าชอบหรือถนัดข้างใดข้างหนึ่ง

สนใจสิ่งของที่เคลื่อนที่นานขึ้น เมื่อมีสิ่งของสองสิ่งจะเลือกมองเพียงสิ่งเดียว พยายามคว้าสิ่งของ

แยกความแตกต่างของเสียง คน รสชาติ และขนาดวัตถุได้

เชื่อมโยงการกระทำกับบุคคลได้ เช่น แม่กับอาหาร



เบบี๋เริ่มปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้ คุณแม่ก็เช่นกัน 

พ่อแม่เริ่มมีความคล่องแคล่วในการดูแลและจัดการกับสิ่งต่างๆ

ทำให้พ่อแม่เริ่มเกิดความโล่งใจไม่เหมือนกับช่วงเดือนแรก (ที่ทุกคนใหม่กันไปหมด)

แต่ก็ยังคงต้องสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เพราะแน่นอนว่าพัฒนาการของลูกไม่หยุดเพียงแค่นี้

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณแม่จะเริ่มใช้ตารางชีวิตลูก (อย่างยืดหยุ่น)

เตรียมความพร้อมที่วันลาหยุดของคุณกำลังจะหมดลง



The Ready Third (สัปดาห์ที่ 9 - 12)

คลื่นสมองพัฒนาขึ้น

ส่งเสียงอ้อแอ้ พยายามทำเสียงต่างๆในคอ

ส่งเสียงโต้ตอบเสียงพูดของแม่และรอยยิ้มของแม่

แยกออกระหว่างเสียงพูดและเสียงต่างๆ

ร้องไห้เพื่อบอกความต้องการ

แสดงปฏิกริยาต่อต้านเมื่อถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว จะเรียกร้องความสนใจจากแม่

สนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ค่อนข้างนาน

ตอบโต้สิ่งเร้าแทบทุกชนิด เช่น หันหน้าไปหาเสียงพูดหรือเสียงเพลง






หากจะต้องกลับไปทำงานแล้ว แน่นอน สต็อกน้ำนมคุณแม่น่าจะพร้อมแล้ว

(หากไม่มากเท่าที่ต้องการ คุณแม่อย่าเครียด อาจจะมีการเสริมนมผง หรือค่อยๆปรับความถี่ในการปั๊มให้รองรับกับความต้องการของเบบี๋ ..อย่าเครียดนะคะ ทุกอย่างมีทางออกค่ะ)

ในวันแรกๆ อาจมีขาดตกบกพร่องไปบ้าง (เหมือนกับสัปดาห์แรกที่ลูกเกิดมา ทุกคนต่างใหม่ และต่างต้องเรียนรู้กันใหม่ทั้งหมด)

วันที่ 2

วันที่ 3

คุณแม่จะเริ่มแก้ไขได้ รู้ว่าอะไรขาดหรือไม่ขาด (ค่อยๆปรับกันไป อย่าเครียด)

แต่ที่แน่ๆ ระหว่างวันจะคิดถึงลูกมาก อยากกลับไปหาลูก

และเวลาที่เจอกัน รอยยิ้มพิฆาตใจของลูกนี่แหละจะทำให้พ่อแม่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง




สู้สู้ค่ะ














Powered by MakeWebEasy.com