20 เรื่องของแม่ท้องแรก (รู้ยัง)

Last updated: Dec 11, 2018  |  1419 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

20 เรื่องของแม่ท้องแรก (รู้ยัง)

1.
อาการคนท้อง

ของจริง หรือ คิดไปเอง

คลื่นไส้ ปวดหลัง อารมณ์แปรปรวน เต้านมคัดตึง อยากอาหารแปลกๆ ประจำเดือนขาด

เพื่อความแน่นอนให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ (สะดวกมาก ร้านสะดวกซื้อมีขาย)

และเพื่อผลที่แม่นยำที่สุดให้ตรวจตอนเช้า (เป็นช่วงพีคของฮอร์โมน)

2.
ฝากครรภ์และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

คุณแม่ต้องมีวินัยในการพบคุณหมอตามนัดหมาย ไม่ใช่ เย้ ดีใจ ท้องแล้ว จบ..

เพราะช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่ยิ่งต้องระวังให้มาก ทั้งอาหาร ยา กิจกรรม ความเครียด เป็นช่วงที่การตั้งครรภ์สามารถยุติลงได้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

นัดหมายคุณหมอสำคัญค่ะ เพราะคุณหมอจะตรวจทั้งสุขภาพของคุณแม่และเด็กไปพร้อมๆกัน

3.
วัคซีนและภูมิคุ้มกัน

คุณหมอจะตรวจเลือดเพื่อดูภูมิคุ้มกันในร่างกายของคุณแม่ ซึ่งวัคซีนบางตัวควรฉีดก่อนตั้งครรภ์

แต่ถ้าไม่ได้ฉีดมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลไปนะจ๊ะ คุณหมอจะฉีดให้คุณแม่เอง

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมต้องมีวินัยในการมาพบคุณหมอ

ได้แก่

วัคซีนหัดเยอรมัน

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบชนิดบี

วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (แล้วแต่)

วัคซีนคอตีบ

วัคซีนไอกรน


4.

ประวัติโรคทางพันธุกรรม

สำคัญสุดๆ

ถึงเวลาจับเข่าคุยกันตามประสาสาวๆในครอบครัว ต้องลองถามคุณแม่ คุณน้า คุณป้า คุณยายของคุณว่ามีใครมีบุตรที่มีความปกติทางพันธุกรรมหรือไม่

รู้ไว้สิดี ไม่เสียหาย เพราะถ้ามีอะไรที่สามารถป้องกันได้ เราอาจจะทำได้ทันท่วงที




5. 
อายุครรภ์

การตั้งครรภ์แบ่งออกเป็น 3 ไตรมาสๆละ 3 เดือน

ซึ่งในแต่ละช่วงสภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกจะแตกต่างกันออกไปอันเนื่องมาจาก ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความดันโลหิต การหายใจและอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

การทราบอายุครรภ์ จะทำให้คาดคะเนช่วงเวลาที่จะคลอดได้(ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 37-40 สัปดาห์) โดยอายุครรภ์จะเริ่มนับจากครั้งสุดท้ายที่ประจำเดือนมา


6. 

น้ำหนักที่เหมาะสม

คุณแม่บางคนกลัวหุ่นเสียหลังคลอด (เราเช่นกัน)

แต่อย่าลืมว่าดัชนีมวลร่างกายของแต่ละคนไม่เท่ากัน โภชนาการสำหรับคุณแม่แต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกัน

คุณแม่ที่น้ำหนักมาก อาจจะต้องการพลังงานที่น้อยกว่าคุณแม่ที่น้ำหนักน้อย

พลังงานน้อยกว่า อาจจะไม่ใช่การกินน้อยลง เพราะลูกในท้องต้องการสารอาหารที่ดี ในปริมาณที่เหมาะสม

ถ้าคุณแม่คนไหนต้องได้รับ “พลังงานน้อยลง” ให้ปรับที่ตัวอาหาร 

เนื้อสัตว์ต้องไม่ติดมัน ลดการบริโภคเนย

คาร์โบไฮเดรตก็เน้นที่เป็น ข้าวไม่ขัดสี ธัญพืช แทนที่จะเป็น แป้งสาลี เส้นขาว แป้งเบเกอรี่

ผลไม้ก็ต้องจำกัดปริมาณและเน้นว่าไม่หวานจนเกินไป

เพิ่มการกินผักใบเขียวมากขึ้น

7. 
มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์..เกิดขึ้นได้

ปกติสัญญาณของการตั้งครรภ์คือ ประจำเดือนขาด

การมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ทำให้บางคนสับสนได้

ภาษาชาวบ้านเราเรียกว่าเลือดล้างหน้าเด็ก เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนเข้ากับเบื่อบุโพรงมดลูกทำให้หลอดเลือดเล็กๆในโพรงมดลูกแตก (เฉพาะบางรายเท่านั้น) เลือดจะมีสีออกน้ำตาลหรือชมพู (ค่อนข้างแตกต่างจากสีของเลือดประจำเดือน)

แต่ถ้ารู้ว่าตั้งครรภ์แล้วมีเลือดออกในปริมาณที่มาก รีบปรึกษาแพทย์นะจ๊ะ

8. 

โภชนาการคุณแม่

แบบห้ามตามใจปาก

ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม

หากก่อนหน้านี้กินอาหารเสริมหรือวิตามินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ ควรงดหรือปรึกษาคุณหมอก่อน

งดการดื่มแอลกอฮอล์และเลี่ยงการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน




9. 

ความไม่สบายตัวเป็นของคู่กัน

การยืนหรือนั่งนานๆ แน่นอนคุณแม่จะรู้สึกไม่สบายตัว หรือแม้กระทั่งอาการแพ้ท้องในช่วงไตรมาสแรกก็ทำเอาคุณแม่บางคนหมดแรงล้มพับไปเลย 

ดังนั้นการกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งสำคััญที่ต้องทำในช่วงเวลานี้

บางคนไม่อยากอาหาร หรือเหม็นกลิ่นอาหาร ต้องค่อยๆทาน เริ่มจากในปริมาณที่น้อยๆแต่บ่อยครั้งขึ้น ให้ร่างกายค่อยๆได้รับอาหาร

ควรเป็นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย ไม่มัน และมีประโยชน์

10. 

กระชับกระเฉงเข้าไว้

การออกกำลังกายเบาๆอย่างสม่ำเสมอเหมาะกับคุณแม่ทุกไตรมาส

เป็นการเตรียมพร้อมให้กล้ามเนื้อรับน้ำหนักที่จะเปลี่ยนแปลง ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต และยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วยนะ


11. 

คนท้องก็อยากท่องเที่ยว

ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาสต้นๆ แต่สำหรับคุณแม่ในไตรมาสที่สาม..บอกเลยว่า ไม่ง่าย

มีหลายสายการบินไม่อนุญาติให้ผู้หญิงตั้งครรภ์เกิน 36 สัปดาห์เดินทาง แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆก็ต้องปรึกษาคุณหมอก่อน และต้องขอใบรับรองแพทย์เพื่อไปยืนยันกับเจ้าหน้าที่สายการบินด้วย


ไม่ควรเดินทางในกรณีดังต่อไปนี้

มีประวัติการคลอดก่อนกำหนดหรือเคยแท้งมาก่อน

ตั้งครรภ์แฝด

มีภาวะความดันโลหิตสูง

รกมีความผิดปกติ

เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

มีประวัติเลือดออกขณะตั้งครรภ์

12. 
คิดบวก

เพราะการตั้งท้องและดูแลรักษาครรภ์มันไม่ง่ายเลย คุณแม่ต้องเข้มแข็งและมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป ถือเสียว่าเป็นบททดสอบความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

Positivesensei ขอเป็นกำลังใจให้คุณนะจ๊ะ




13. 

ลูกยืนหนึ่ง

3เดือนแรกของลูก สำคัญกว่างาน

Working Mom จำนวนมากอาจจะกังวลกับชีวิตหลังคลอดลูก

ตามกฎหมาย คุณแม่สามารถลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ 90 วัน โดยนับวันหยุดในระหว่างวันลารวมด้วย

โดยได้รับเงินค่าจ้าง 45 วันจากนายจ้าง 45 วันจากประกันสังคม ส่วนที่ได้รับจากประกันสังคม จะเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนเฉลี่ย 90 วัน (คิดจากฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท)

หากมีความจำเป็นที่จะต้องลางานมากกว่านั้น แนะนำให้ปรึกษาฝ่ายบุคคล อย่าคิดเอาเอง หรือทำตามประสบการณ์ตรงของใคร ต้องเอาที่คุณแม่สบายใจที่สุดเพื่อที่ลูกเกิดมาแล้ว คุณแม่จะได้เลี้ยงลูกได้อย่างสบายใจ ใช้เวลาช่วงนั้นๆได้อย่างมีความหมายและคุณค่า


14. 

Working Mom

ยิ่งต้องจัดแจง

มีผลการวิจัยที่บ่งชี้ว่า บุตรของ working mom ที่ทำงานจนอายุครรภ์ 8 เดือน มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า working mom ที่หยุดงานก่อนหน้า

ปกติแล้ว ร่างกายมีความตึงเครียดอยู่แล้วเนื่องจากการตั้งครรภ์ ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรเพ่ิมภาวะความเครียดจากงานเข้าไปอีก

หากเลี่ยงไม่ได้ คุณแม่ต้องหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น


15. 

คลอดที่ไหน

สบายใจแม่?

จะที่โรงพยาบาล อนามัย หรือที่ไหนก็ได้แต่ควรคำนึงถึงการเงินของคุณแม่และครอบครัวด้วย เพราะการคลอดบุตรมีค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยทีเดียว

การคลอดที่โรงพยาบาลเป็นทางเลือกที่อุ่นใจคุณแม่เกือบทุกคน เพราะบุคคลากรมีความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือของโรงพยาบาลเอง สุขอนามัย และปัจจัยอื่นๆเช่น ระยะทางจากบ้านไปโรงพยาบาล

คุณแม่มีเวลาตัดสินใจค่ะ


16. 
เจ็บท้องเตือน

ยิ่งใกล้กำหนดคลอด ยิ่งเจ็บท้องเตือน ซึ่งก็มีเจ็บท้องหลอกและเจ็บท้องจริง

การเจ็บท้องหลอก สามารถบรรเทาทุเลาขึ้นเวลาคุณแม่เปลี่ยนท่า ในขณะที่เจ็บท้องจริงจะเจ็บปวดยาวนานขึ้น เจ็บปวดมากขึ้น

ลองลุกขึ้นเดินช้าๆดู อาจช่วยบรรเทาอาการเจ็บท้องของคุณแม่ได้




17. 
ยิ่งกลัวคลอด

ก็ยิ่งคลอดช้า

ผู้หญิงหลายคนกลัวการคลอดลูก รู้ไหมว่าอาการดังกล่าวยิ่งทำให้ใช้เวลาในการคลอดนานกว่าคนที่ไม่กลัวราวๆ หนึ่งชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว 

ความกลัวและความกังวลมันจะไปเพิ่มฮอร์โมน Catecholamines ซึ่งทำให้มดลูกบีบตัวน้อยลง

เดี๋ยวนี้มีคอร์สอบรมครรภ์คุณภาพ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อการคลอดและเลี้ยงดูบุตร คุณแม่อาจจะลองไปศึกษาข้อมูลก่อนถึงเวลาจริงก็ได้


18. 

ช็อปเพื่อลูก

ไม่ควรทำนาทีสุดท้าย

ควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เราไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่าง แต่เราต้องมีของจำเป็น เช่น เสื้อผ้าตามฤดูกาลขณะนั้น เตียงนอนลูก ผ้าห่ม อุปกรณ์การป้อนนม (ขวดนม น้ำยาล้างขวดนม) อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ


19. 

คู่มือเลี้ยงลูก

เรียนรู้การดูแลเด็กและการเป็นพ่อแม่

จะศึกษาจากหนังสือคู่มือ ปรึกษาคุณหมอ หรือเพื่อน หรือญาติๆก็ได้ 

อย่างไรก็ดี ลูกของเรา เราจะเรียนรู้และรู้จักเค้าเอง คำแนะนำใดๆ ขอให้นำมาปรับใช้ อย่ารับมาใช้ เพราะแต่ละคนมีธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน


20.

การตั้งครรภ์ช่วยเสริมสร้างความจำ

นักวิจัยชาวแคนาดาพบว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มีความสามารถในการจดจำได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์

แปลจาก momjunction.com

Powered by MakeWebEasy.com