ท้อง ไม่ ฟุ้ง สิ

Last updated: Nov 28, 2018  |  415 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

ท้อง ไม่ ฟุ้ง สิ

เคยรู้สึกว่าแต่ละวันผ่านไปอย่างวุ่นวายไหม?

ล้มตัวนอนไปก็หลับบ้างไม่หลับบ้าง

ยิ่งพอท้องด้วยก็เหมือนมีเรื่องใหญ่ๆอีกหนึ่งเรื่องเข้ามาให้คิด

“ฟุ้งซ่านค่ะ” สรุปง่ายๆ

ฟุ้งซ่านแล้วไงต่อ ก็นอนไม่หลับ

ทั้งแพ้ท้องทั้งอดนอน สะสมแต้มอยู่แค่ไม่กี่วันก็ได้ความเครียดมาเป็นรางวัล 

หวยออกที่ใคร?

ที่สามีจ้า

พร่ำพรรณาความยากลำบากในชีวิต แถมยังลำเลิกบุญคุณเรื่องความเสียสละนั้นนี้ นี้นั้น

“ฉันท้อง ฉันลำบาก ฉันๆๆๆ” ระเบิดลงไปชุดใหญ่ 

ความผิดของเค้าหรือไม่ที่เค้าเป็นพ่อของลูกในท้อง?

ชีวิตเค้าไม่มีความยากลำบากเลยใช่หรือไม่?

เค้าทำอะไรผิด?

คำตอบคือ

เค้าเป็นพ่อ ไม่ใช่ความผิด

ชีวิตเค้าก็มีความลำบาก ไหนจะทำงาน ไหนจะเมียท้องอ่อนๆสติแตก

สรุป เค้าไม่ได้ทำอะไรผิด

เวลาผ่านไป อารมณ์คนมักจะเปลี่ยนเช่นกัน (ส่วนใหญ่จะเย็นลง)

“สติ” กลับมา ผลคือ เรารู้สึกผิด และไปขอโทษสามีอย่างไม่รอช้า

เคราะห์ดี ที่สามีเป็นคนใจเย็น เค้าให้อภัย (แต่เค้าก็เสียใจ เพราะคำพูดที่เมียผีเข้าใช้ก็แรงไม่น้อย)


ความเครียดส่งผลเสียกับแม่ท้อง

กับแม่ก็ว่าแย่แล้ว ส่งผ่านต่อไปถึงเจ้าตัวเล็กด้วยจ้า

แม่ท้องที่เครียดบ่อยๆ

มีโอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดและลูกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

ลูกเลี้ยงยาก

หรือแม้กระทั่งมีโอกาสเป็นออทิสติก

ไม่ใช่แค่ละความเครียดเฉพาะตอนท้องนะ คลอดแล้วก็ควรบริหารจัดการอารมณ์ให้ดี ไม่ควรเลี้ยงลูกด้วยความเครียด



“สติ” จึงควรเป็นที่ตั้งของทุกการกระทำ

ขาดสติเพียงชั่วครู่ ก็สามารถเกิดอันตรายหรือทำให้อะไรบางอย่างเปลี่ยนไป(ในทางที่ไม่ดี)

แม่ท้อง ยิ่งอารมณ์แปรปรวนง่าย เรายิ่งต้องมีสติ 

(บางครั้งฮอร์โมนก็เป็นเหยื่อ คือจริงๆเป็นพวกขาดสติอย่างสม่ำเสมอ)

เชื่อไหม ถ้าเรามีสติ ความเครียดเราก็จะน้อยลง ส่งผลดีต่อตัวน้อยในท้อง

ถ้าไม่เห็นภาพ เราจะอธิบายให้ดู


1. เครียดงาน

พูดถึงเรื่องงาน มันต้องมีความต่อเนื่อง ความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นภาวะความฟุ้งซ่านที่แล่นไปมาในหัว 
จงมีสติหยุดฟุ้งซ่านและเขียนเป็นข้อออกมาใส่กระดาษให้ได้มากที่สุดที่นึกออก
ทิ้งไว้สักครู่แล้วกลับไปดูใหม่ว่ามีเขียนอะไรซ้ำไหม ถ้าซ้ำก็ตัดออก
ไปดื่มน้ำแล้วกลับมาดูต่อว่า ข้อไหนเร่งด่วน ข้อไหนรอได้ จะได้จัดการไปทีละเรื่อง
ถ้าเจอว่าสาเหตุของปัญหามาจากเรา แก้ที่ตัวเรา แต่ถ้าทำงานกันเป็นทีม ก็ต้องทำตามขั้นตอนหรือข้อตกลง

2. เครียดเรื่องส่วนตัว

นั่งคิดวกวนฟุ้งซ่านย่อมไม่ใช่ทางออก สติเท่านั้นที่จะทำให้เราเท่าทันตัวเรา
เขียนมันออกมาความเครียดทั้งหลาย
จัดหมวดหมู่หัวข้อที่เครียด เช่น ลูก พ่อ-แม่ อาหาร ที่อยู่
เมื่อจัดหมวดหมู่เรียบร้อย เราจะเห็นแล้วว่า เราเครียดเรื่องอะไรเป็นหลัก
ถ้าเรื่องนั้นๆเราแก้ไขได้ จงลอง
แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น
ลูกในท้องจะครบ32มั้ย
เมื่อไหร่ข้างบ้านจะเลิกส่งเสียงดังตอนกลางคืน
เราต้องปล่อยวาง อย่าเอาความคิดเรา(ที่ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า เพราะเราชอบเข้าข้างตัวเอง) ไปตัดสินใคร 
ถ้าเรายังไม่ได้ดั่งใจตัวเอง แล้วใครในโลกจะเป็นได้ดั่งใจเรา

3. เครียดสุขภาพ

ยิ่งเครียดยิ่งทำลายสุขภาพทั้งกายและใจ
ถ้ายิ่งขาดสติ เราจะเครียดไปได้ไกลกว่าที่คิดเลยล่ะ
เรามักคิดลบคิดร้ายกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ
ถ้าอยู่ระหว่างการรักษา จงมีวินัยในการรับการรักษา ละความเครียดแล้วทำให้ดีที่สุด
ถ้าไม่ได้รับการรักษา จงใช้ชีวิต กิน อยู่ นอนหลับ อย่างปลอดภัย


แม่ท้อง หรือใครก็ตาม ต้องพยายามเสพย์สติให้เป็นนิสัย
แล้วเราจะค่อยๆเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเรา
ปัญหาที่(เราคิดว่า)รุมเร้า ที่จริงแล้วถ้าถูกแจกแจงออกมา เราสามารถจัดการไปทีละเรื่องได้นะ
มีสติ
เราจะใจเย็นขึ้น
เราจะเครียดน้อยลง
ปากและกาย กายและใจ ต้องไม่เร็วเท่าสติ
แล้วแม่ท้อง จะท้องอย่างเบาสบาย

Powered by MakeWebEasy.com